เรื่องฤกษ์งามยามดีนั้นคนไทยมีความเชื่อนี้มาตั้งแต่โบราณกาล เพราะเชื่อว่าหากจะทำการมงคลอันใดให้ราบรื่น และประสบความสำเร็จได้นั้น ฤกษ์มงคลหรือช่วงเวลาที่ดี ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการเริ่มต้นแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฤกษ์ออกรบ ออกศึก ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์บวช หรือแม้กระทั้งฤกษ์ปลุกเสก เครื่องราง ของขลัง และฤกษ์แต่งงาน ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต
หลังจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันและสู่ขอกันเรียบร้อยแล้ว หน้าที่ต่อไปของทางฝ่ายเจ้าสาวก็คือการหาฤกษ์งามยามดี ซึ่งการจะดูฤกษ์แต่งงานนั้นจะต้องเตรียม ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และเวลาเกิดของคู่บ่าวสาวที่ถูกต้องไปให้ผู้ที่จะหาฤกษ์ให้
การจัดงานแต่งงานของคนไทยมักจะนิยมแต่งงานในเดือนคู่ เพราะถือคำว่าคู่ยกเว้นเดือน 8 ซึ่งเป็นช่วงเข้าพรรษา โบราณว่าไม่ควรแต่ง ให้เลื่อนไปแต่งเดือน 9 เพราะจะได้ก้าวหน้า วันที่เป็นสิริมงคลนั้นก็คือวันศุกร์ เพราะมีคำออกเสียงกับคำว่า “สุข” เชื่อว่าจะพบกับความสุข และยังมีวันจันทร์กับวันอาทิตย์ ส่วนวันที่เหลือไม่นิยมแต่ง แต่สำหรับคู่แต่งงานคู่ไหนที่ไม่อยากรอฤกษ์แต่งงาน ก็อาจจะถือเอาฤกษ์วันสะดวกวันใดก็ได้
ในความเป็นจริงแล้วการเข้าพิธีตามฤกษ์มงคลไม่ได้เป็นตัวกำหนดชีวิตคู่ของคนทั้ง 2 คนเสมอไป แต่อยู่ที่คนทั้งคู่ด้วยว่ามีการดำเนินชีวิตอย่างไร มีเมตตาซึ่งกันและกันไหม ถ้าต่างคนต่างมีคุณธรรม ฤกษ์ก็อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ จะแต่งวันไหนก็ได้ แต่การจะดูฤกษ์ดูยามนั้นอาจจะทำให้คู่บ่าวสาว มีความสบายใจ ส่วนสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันให้อย่างราบรื่น ก็คือความเชื่อใจ และคุณธรรม ความเมตตา ที่มีให้ต่อกันและกัน