Top
^
แต่งงาน > ประเพณีการแต่งงาน > พิธีแต่งงานแบบชาวคริสต์
 

พิธีแต่งงานแบบชาวคริสต์

โพส :: [ 27 ตุลาคม 2552 ] | จำนวนคนอ่าน 14747 คน
เรียบเรียงโดย :

ดูหนังรักฮอลลีวูดมาหลายเรื่อง ภาพเจ้าสาวเดินเคียงคู่คุณพ่อเข้ามาในโบสถ์ มีเพลงบรรเลงคลอเบาๆ แขกในงานยืนนิ่งเงียบตะลึงในความงามของเจ้าสาวภายใต้ชุดแต่งงานสีขาว การเยื้อย่างของเจ้าหล่อนดูนิ่มนวล ช้าราวกับภาพสโลโมชั่น

   กว่าจะเดินมาถึงเจ้าบ่าวรูปงามภายใต้ชุดสูท ก็เป็นเวลาเพียงพอที่จะให้เพื่อนสาว (แท้และไม่แท้) โสดน้ำตาไหลอาบแก้ม และฝันอยากมีงานแต่งงานแบบนั้นบ้าง แต่พิธีเก๋ๆ อารมณ์โรแมนติกแบบนี้สงวนไว้ให้กับชาวคริสต์ของแท้เท่านั้น

หลักใหญ่ใจความของการแต่งงานแบบชาวคริสต์
    หัวใจของพิธีแต่งงานในศาสนาคริสต์คือการกล่าวคำมั่นสัญญา ซึ่งหมายถึงการทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า ด้วยการกล่าวคำปฏิญาณต่อพระองค์ โดยมีแขกที่มาร่วมในพิธีเป็นพยานโดยมีคำพูดดังนี้ “ขอสัญญากับพระองค์ว่า จะขอรับ (ชื่อเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว)..... เป็นภรรยา (สามี) ของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน สุขหรือทุกข์ เจ็บป่วยหรือสุขสบาย จะขอสัตย์ซื่อต่อเธอผู้เป็นภรรยา (ต่อคุณผู้เป็นสามี) ตลอดไป จนกว่าความตายจะมาแยกเราออกจากกัน”

ความแตกต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบัน
     คำกล่าวที่ชาวคริสต์ปฏิญาณออกไปนั้นเป็นการกล่าวคำสัญญาบุคคล 3 ฝ่ายคือ ตัวเรา อีกฝ่าย (คนที่เราจะแต่งงานด้วย) และพระเจ้า เราจึงต้องตั้งใจและยึดมั่นในคำสัญญา ถึงแม้ว่าคนรุ่นหลังจะเหลวไหลไม่ทำตาม แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อย เพราะถ้าชาวคริสต์ที่มีพลังศรัทธา ก็จะยึดถือในคำสัญญานี้อยู่ตลอดเวลา เมื่อสัญญาแล้วก็แลกแหวนกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ปฏิบัติตามกันมาไม่ว่ากี่ยุคสมัย ส่วนสิ่งที่แตกต่างอาจเป็นเรื่องของสีสันเช่นการเพิ่มเข้ามาของขบวนเจ้าสาว เด็กโปรยดอกไม้ก่อนเข้าโบสถ์ ผู้จุดเทียน การสวมเวล ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของธรรมเนียมของแต่ละประเทศแต่ละท้องถิ่นที่จะเติมสีสันให้กับงานแต่งงาน

ต่างศาสนารักกัน แต่งงานกันได้ไหม
     ชาวคริสต์เชื่อว่าคนที่เราจะแต่งงานด้วยนั้นเป็นคนที่พระเจ้าเลือกให้ การแต่งงานกับคนต่างศาสนานอกจากจะขัดกับความเชื่อตามพระคัมภีร์แล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของความเชื่อ และแนวทางการตัดสินใจที่แตกต่างกัน จะทำให้คู่บ่าว-สาวที่ต่างศาสนากันจะมีการปรับตัวยากกว่า เพราะถ้าเรานับถือพระเจ้าเหมือนกัน เราจะเกรงใจว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีพระเจ้า เราคงไม่รู้ว่าเขาทำอะไรที่ไม่ซื่อสัตย์หรือเปล่าเพราะเขาไม่ต้องเกรงใจพระเจ้าเหมือนเรา

ทางแก้ของความรัก
     การแต่งงานในศาสนาคริสต์ มีความหมายถึงการอยู่ร่วมกันไม่ว่าเธอและฉันจะเป็นอย่างไรต่อไปจากนี้ ซึ่งการเดินไปด้วยกันต้องเริ่มจากการคิดเหมือนกัน มีอุดมการณ์ที่เหมือนกัน ทางแก้ไขสำหรับคนศาสนาอื่นที่มาหลงรักชาวคริสต์ ทางออกมีทางเดียวคือต้องสมัครใจเปลี่ยนตัวเองมานับถือศาสนาคริสต์ ต้องศึกษาบทเรียนของชาวคริสต์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนหรือคาทอลิกก็มีข้อกำหนดที่เหมือนกัน แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในความเห็นของอาจารย์คิดว่าในระยะยาวก็คงไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่เปลี่ยนมานับถือคริสต์ทีหลังนั้นไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่เด็ก

แต่งงานต่างโบสถ์ได้ไหม
     ส่วนใหญ่ชาวคริสต์จะมีโบสถ์ประจำของตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์ที่เข้ามาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ เวลาแต่งงานก็ต้องแต่งที่โบสถ์นั้น และถ้าชาวคริสต์รักกันเองแต่อยู่ต่างโบสถ์กัน ก็ต้องเลือกมาสักโบสถ์  ชาวคริสต์ส่วนใหญ่จะผูกพันกับโบสถ์ที่ตัวเองเติบโตขึ้นมา การแต่งต่างโบสถ์ไม่ค่อยเป็นที่นิยม แต่ก็ยืดหยุ่นได้ถ้ามีเหตุผลที่เพียงพอ อย่างเช่นโบสถ์ของตัวเองเล็กเกินไป ไม่สามารถรับรองแขกได้ทั้งหมด แต่ก่อนการแต่งงานอาจารย์ประจำโบสถ์ที่ทำพิธีจะโทรศัพท์มาพูดคุยกับอาจารย์ประจำโบสถ์ของบ่าว-สาวก่อน เพื่อเป็นการให้เกียรติ และเพื่อเช็กว่าบ่าว-สาวได้แจ้งอาจารน์ประจำโบสถ์ไว้อย่างถูกต้องแล้ว

สถานที่แต่งงาน
      ชาวคริสต์ถือว่าโบสถ์คือความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าพระเจ้าอยู่ที่นี่ จึงรู้สึกดีและรู้สึกถึงความเป็นมงคล แต่มีบางคู่ที่ต้องแต่งงานกันข้างนอกหรือสถานที่อื่น เพราะบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลไม่ให้เข้าไปแต่งงานในโบสถ์ อย่างเช่นคู่รักต่างศาสนาที่ยังไม่ได้รับการอบรมการเป็นชาวคริสต์ หรือคู่ที่ท้องก่อนแต่ง อาจารย์บางท่านอาจพิจาณาเหตุและผลที่เหมาะสม และประกอบพิธีให้ แต่ต้องไม่ใช่ในโบสถ์ หรือบางท่านที่อนุรักษ์นิยมมาก ก็จะไม่ประกอบพิธีให้เลย

Pre Wedding
     ก่อนการแต่งงาน ชาวคริสต์ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ภายใต้ความเชื่อและความศรัทธาแบบเดียวกันจากบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลก่อนทุกคน เนื้อหาของบทเรียนเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันตามคำสอนที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ เพราะเกี่ยวข้องกับความศรัทธาว่า 2 คนจะดำรงชีวิตในความศรัทธาอย่างไรที่จะส่งต่อไปสู่ลูกในวันข้างหน้าได้อย่างถูกต้อง เวลาในการเรียนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละคู่ แต่ส่วนใหญ่จะเรียนไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

ไม่เรียนได้ไหม
    ไม่เรียนไม่ได้ เพราะบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลก็จะไม่ประกอบพิธีแต่งงานให้ แต่ก็มีบางท่านที่ยอม ซึ่งท่านจะดูตามเหตุผลและความเหมาะสม ได้ทราบหลักใหญ่ๆ ใจความสำคัญของการแต่งงานของศาสนาคริสต์ไปแล้ว มาทราบรายละเอียดของพิธีการกันบ้าง

เตรียมตัวก่อนแต่งงาน
    ไม่แตกต่างกับงานแต่งงานทั่วไปคือ เริ่มจากการสู่ขอ จองสถานที่จัดงานเลี้ยง พิมพ์และส่งการ์ดเชิญ และที่สำคัญคือจองโบสถ์ ซึ่งรวมไปถึงการจองผู้ประกอบพิธีกรรมคือ บาทหลวง (สำหรับคาทอลิก) หรือศิษยาภิบาล ( สำหรับคริสเตียนหรือโปแตสแตน) นอกจากนั้นคู่บ่าว-สาวจะต้องหาเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยระหว่างพิธี เจ้าบ่าวจะต้องมีคนรักษาแหวนให้ก่อนพิธีแลกแหวน เจ้าสาวต้องให้เพื่อนผู้หญิงเป็นคนถือช่อดอกไม้เดินนำขบวนเข้าโบสถ์ และต้องมีผู้จุดเทียนซึ่งเป็นหญิงชายอย่างละหนึ่งคน นอกจากนี้ยังต้องหาเด็กเล็กๆ ทั้งชายและหญิงซึ่งจะเป็นลูกของพี่น้องหรือญาติก็ได้ มาช่วยในงานพิธี เด็กชายทำหน้าที่ถือหมอนรองแหวนแต่งงาน เด็กหญิงโปรยดอกไม้นำทางเจ้าสาวเข้าโบสถ์

พิธีการ
    เริ่มจากผู้จุดเทียนถือเทียนเดินเข้าโบสถ์เพื่อจุดเทียนที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าของโบสถ์ จากนั้นนำเทียนที่ถือไปจุดต่อยังเชิงเทียนด้านซ้ายและขวา เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินออก จากนั้นนักดนตรีในโบสถ์จึงเริ่มบรรเลงเพลง ขบวนเจ้าสาวก็จะเคลื่อนเข้าสู่โบสถ์ นำโดยเด็กโปรยดอกไม้ เพื่อนเจ้าสาวที่ถือดอกไม้ เด็กถือแหวน ตามด้วยเจ้าสาวที่เดินคล้องแขนมาพร้อมกับคุณพ่อหรือญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ชาย การที่พ่อเป็นผู้พาเจ้าสาว เข้ามาในโบสถ์นั้นมีความหมายว่าเต็มใจที่จะยกลูกสาวให้กับเจ้าบ่าว
    จากนั้นบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลจะให้ผู้ร่วมพิธีทุกคนยืนขึ้นเพื่อต้อนรับเจ้าสาว แล้วถามว่า “ใครเป็นผู้มอบเจ้าสาว.............ให้กับเจ้าบ่าว.......ในวันนี้” บิดาของเจ้าสาว ซึ่งเป็นผู้มอบก็จะตอบว่า “ข้าพเจ้านาย……..บิดาของนางสาว………เป็นผู้มอบ” แล้วถอยออกมาเพื่อให้เจ้าบ่าวไปยืนคู่กับเจ้าสาวแทน…………………….
หลังจากนี้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะให้คำสัญญาต่อกันและกันต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นหัวใจหลักของพิธีแต่งงานแบบชาวคริสต์ แล้วบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลจะถามความสมัครใจของคู่บ่าว-สาว เมื่อทั้งคู่ตอบรับแล้ว บาทหลวงหรือศิษยาภิบาลจะให้เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาวก่อนแล้วเจ้าสาวจึงจะสวมแหวนให้เจ้าบ่าวได้ แล้วจึงประกาศให้ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันโดยถูกต้อง (ตามหลักศาสนา) แล้วฉากเด็ดที่ทุกคนรอคอย (โดยเฉพาะบ่าว-สาว) ก็มาถึง เมื่อบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลอนุญาตให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้ (ถ้าบ่าว-สาวขี้อาย หอมแก้มแทนก็ได้)

เก็บตกพิธีการแต่งงานแบบชาวคริสต์
- พิธีการและลำดับขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเชื่อและความเหมาะสมของศาสนาคริสต์แต่ละนิกาย
- ตามธรรมเนียม แหวนแต่งงานต้องเป็นแหวนเกลี้ยงทำจากทองคำหรือแพลทินัมแบบเกลี้ยง เพราะเป็นสัณลักษณ์แห่งรักนิรันดร์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนความนิยมไปตามแฟชั่น (และกำลังทรัพย์ในกระเป๋า) บางคนเลือกแหวนทองคำขาวแทนก็ได้
- ควรจองโบสถ์แต่เนิ่นๆ เพราะเรื่องจริงไม่เหมือนกับภาพยนตร์ ที่เจ้าบ่าวนึกอยากแต่งงานก็จูงมือเจ้าสาวเข้าโบสถ์ไปเลย
- คุยกับบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลประจำโบสถ์ให้เคลียร์ เพราะแต่ละโบสถ์มีเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน
- วันก่อนแต่งงานจะมีการซ้อมใหญ่ โดยมีบาทหลวงหรือศิษยาภิบาล บ่าว-สาว และผู้ร่วมพิธี เพื่อซ้อมลำดับพิธีการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อซ้อมเสร็จผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะอาสาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงฉลองการซ้อมที่เรียกว่า Rehearsal Dinner
- การสวมเวล เป็นเพียงธรรมเนียมที่นิยมปฏิบัติ แต่ความจริงจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เป็นเรื่องของความสวยงามเท่านั้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : WE ฉบับเดือนมีนาคม 51 คอลัมน์ Scoop


คุณถูกใจบทความไหม? LIKE
ถูกใจ Fanpage



Tags บทความที่เกี่ยวข้อง : พิธีแต่งงานแบบคริสต์


คุณรู้สึกอย่างไร? กับบทความนี้ แสดงความคิดเห็น


 

Weddinginlove Showcase , Weddinginlove โชว์ผลงาน งานแต่งงาน

 
 


Chansa  Jewellery
Chansa Jewellery
Chansa Jewellery ใส่ใจทุกรายละเอียดในการผลิตเครื่องประดับแต่ละชิ้นเพื่อให้ได้สัญลักษณ์แทนความรักและความซื่อสัตย์ ที่คู...
1 Mongkol Wedding Studio
1 Mongkol Wedding Studio
ให้เราบริการ ดูแลคู่รัก ทุกท่าน แบบครบวงจร และสมบูรณ์ที่สุด เริ่มตั้งแต่ ถ่าย Pre Wedding , แต่งหน้าทำผม , ชุดแต่งงาน ...
The Banquet Hall at Nathong
The Banquet Hall at Nathong
เดอะ แบงเควท ฮอลล์ แอท นาทอง สถานที่จัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ออกแบบสถาปนิกผู้ออกแบบโรงแรมชั้นนำทั่วทวี...
สวนอาหารนาทอง
สวนอาหารนาทอง
" สวนอาหารนาทอง " บริการห้องจัดเลี้ยงสำหรับงานเลี้ยงมงคลสมรส เรามีห้องจัดเลี้ยงเริ่มตั้งแต่ 50 -200 ท่าน จำนวน...
อาณัติ  เวดดิ้ง & สตูดิโอโคราช
อาณัติ เวดดิ้ง & สตูดิโอโคราช
เวดดิ้งโคราช : อาณัติ เวดดิ้ง & สตูดิโอ โคราช บริการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งทั้งในสตูดิโอ และนอกสถานที่ บริการจัดงานแต่...
ร้านอาหารปลาอยู่เย็น
ร้านอาหารปลาอยู่เย็น
“ปลาอยู่เย็น เนรมิตวันสำคัญของคุณ ให้เป็นดั่งเทพนิยาย ไม่ต้องจ่ายแพง!” เนรมิตวันแต่งงานของคุณ ให้น่าจดจำที่สุดในชีวิต! ...
Princess Bride Rayong
Princess Bride Rayong
Princess Bride Rayong สตูดิโอแต่งงาน ระยอง บริการถ่ายพรีเวดดิ้ง ถ่ายภาพแต่งงาน ชุดแต่งงาน การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย บริการค...
SUPER 1 Make UP
SUPER 1 Make UP
SUPER 1 Make UP บริการแต่งหน้าทำผมเจ้าสาว พิธีการต่างๆ งานรับปริญญา งานแฟชั่น นิตยสาร ออกงาน แฟนซี เอฟเฟคทั้งในและนอกสถา...
 
แต่งงาน แต่งงาน แต่งงาน
Wedding Directory

Follow Us :
CONTACT US
ติดต่อลงโฆษณา Tel: 08 4117 5005, 08 9128 5005, 08 4871 2132
Email: weddinginlove.com@gmail.com , info@weddinginlove.com
LINE ID: wedinloveth
เพิ่มเพื่อน

Copyright@2017 www.weddinginlove.com. All Right Reserved.