วันที่ 21 ก.ย. 2554
เพราะไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็มักเห็นดาราสาวมีบอดี้การ์ดหนุ่มที่ชื่อ ''ตั้ม'' สิริเกียรติ วาทะพุกกณะ เป็นบอดี้การ์ดข้างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบกับนางเอกสาวคนดังขณะมาร่วมงานเปิดตัว ''ซัมซุง สมาร์ท ทีวี โลคอล แอพพลิเคชั่น'' ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม สยาม เคมปินสกี้ จึงไม่พลาดที่จะดึงสาวคนนี้มาเปลือยหัวใจทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับความรักครั้งนี้กันซะเลย
เห็นมีภาพฉลองวันเกิดออกมาในทวิตเตอร์ด้วย ใครเป็นคนโพสต์ให้เอ่ย
เจนี่ เป็นคนทวีตเอง ก็รู้สึกว่าประทับใจ และก็เป็นปีที่บอกได้เลยว่าแฮปปี้ที่สุด และก็มีความสุขที่สุดค่ะ
เห็นว่าในวันนั้นเองก็จูงมือกันไปทำบุญด้วย
ใช่ค่ะคือตอนเข้าไปทำบุญกับคุณแม่, พี่ดา, พี่ตั้มและก็แฟนคลับนี่แหละค่ะ
''พี่ตั้ม'' หวานใจหนุ่มไฮโซให้ของขวัญอะไรบ้าง
เป็นอะไรที่ใช้ทุกวันแต่ขอไม่บอกแล้วกันเนอะ เอาเป็นว่าพี่เขาให้อะไรมาก็ถูกใจหมดแหละเพราะเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
ตอนให้มีชอตที่หวานๆ ซึ้งบ้างหรือเปล่า
จริงๆ ก็ซึ้งตลอดแหละ เพราะพี่เขาก็ทำอะไรให้หลายอย่างแหละค่ะ แต่ที่ซึ้งสุดในปีนี้ก็ต้องยกให้กับแฟนคลับค่ะ เพราะเขาทำอะไรให้เยอะ และยังมีวิดีโอคลิปอีก ตอนดูก็ซึ้งมาก น้ำตาก็ค่อยๆไหล เป็นอะไรที่น่ารักมาก
จริงๆ แล้วของที่หนุ่ม ''ตั้ม'' ให้มาเป็นของที่เราขอเขาไว้หรือเขาเอาให้กับเราเอง
เราไม่ได้บอกหรอกค่ะ จริงๆ เขาก็ถามเราตลอดแหละว่าอยากได้อะไรหรือเปล่า เจนี่เองก็บอกเขาว่าจริงๆ แล้วเจนี่ไม่ได้อยากได้อะไรเลย ไม่ต้องให้อะไรก็ได้เพราะเจนี่รู้สึกว่าแค่มีเขาเข้ามาในชีวิตเรา ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว (ออกอาการเขินม้วน) เพราะชีวิตนี้มีหมดทุกอย่างแล้ว รู้สึกว่าพอแล้ว และมากไปกว่านี้ก็คงดูแลไม่ทั่วถึง (หัวเราะ)
มีการขอคำสัญญาอะไรในโอกาสพิเศษไปเลยหรือเปล่า
ไม่อ่ะค่ะ ไม่ขอค่ะ เพราะเจนี่ไม่ชอบให้สัญญาอะไรต่อกัน
กับวันเกิดในปีนี้ประทับใจมากน้อยแค่ไหน
เรียกว่าเป็นวันเกิดที่สมบูรณ์ แฮปปี้ และมีความสุขที่สุดจริงๆ (ย้ำ) มีความสุขที่สุดจริงๆ นะค่ะ เพราะเจนี่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเราก็แฮปปี้ไปหมด ทั้งหน้าที่การงานช่วงนี้ก็เรียกได้ว่าเพอร์เฟกต์ทุกอย่างมันลงตัว ไม่มีอะไรในชีวิตที่ไม่ดีเลยปีนี้ แล้วเพื่อนก็ดี แฟนคลับเองก็น่ารัก ครบแล้ว เปรียบเทียบกับปีที่แล้วต้องบอกว่ายิ่งกว่าฟ้าหลังฝนอีก เพราะมันสดใสมาก
รู้สึกได้เลยว่าเมื่อ ''เจนี่'' พูดถึงความรักครั้งนี้สายตาจะเป็นประกาย สดใสมากๆ เลย
ก็เพราะว่าแฮปปี้จริงๆ มันเหมือนกับว่ามีใครสักคนหนึ่งมาเพิ่มเติมในส่วนที่เรารู้สึกว่ามันใช่ในส่วนที่เราขาดหายไป
ถือว่าคนนี้ใช่ที่สุดหรือเปล่า
ก็เรียกว่าใช่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ
แฮปปี้กับความรักครั้งนี้มากขนาดนี้ ทำให้เราคิดไปถึงเรื่องแต่งงานบ้างหรือเปล่า
ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเจนี่เป็นคนที่แบบช่วงเวลา ณ ขณะนี้มันเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว ซึ่งการที่เราจะแต่งงานเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะดีแบบนี้หรือเปล่า ซึ่งเราอยาก ''เก็บเวลานี้ไว้...'' (ร้องเพลง ''เก็บ'' เพลงประกอบละคร ''กลรักลวงใจ'') คือมันแบบเป็นอะไรที่โอเคแล้วเจนี่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แค่ตรงนี้ก็ดีที่สุดแล้วไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้เลยค่ะ คือเมื่อเรารู้จักกับคำว่าพอ เมื่อนั้นชีวิตของเราก็มีความสุขค่ะ
เรียกว่าหนุ่ม ''ตั้ม'' ทำให้ชีวิตรู้จักคำว่า ''พอ'' หรือเปล่า
จริงๆ เจนี่ก็พอมานานแล้วนะ เพียงแต่เรายังไม่เจอกับใครที่เรารู้สึกว่าใช่ แต่กับ ณ ตอนนี้พอเรารู้สึกว่าเราเจอใครที่ใช่ชีวิตเราก็แค่นี้ คือทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานที่มันจะเกิดขึ้น แค่นั้นก็พอแล้ว
ดูเหมือน ''เจนี่'' เองก็เหมือนแอบกลัวการแต่งงานอยู่กรายๆ หรือเปล่า
คือเจนี่ไม่ได้กลัวอะไรอยู่แล้วแหละ เพราะมันคือชีวิต และเราเองก็เคยผ่านกับเรื่องร้ายๆ มาแล้ว คือที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเจนี่จะเคยผ่านอะไรกับเรื่องร้ายๆ มา แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เจนี่ก็จะไม่เปลี่ยน เพราะถือว่ามันคือประสบการณ์ชีวิต เราต้องโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ
เขาทำให้ชีวิต ''เจนี่'' เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
ตลอดเกือบ 1 ปี ที่ผ่านมาก็มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตแล้ว ตั้งแต่มีพี่เขาก็ไม่เคยมีอะไรที่ไม่ดี เพราะพี่เขาเองก็ไม่เคยทำอะไรให้เราหนักใจ, ไม่เคยทำให้คิดมาก เรียกว่าไม่เคยมีอะไรที่มันไม่ดีเลย ไม่ใช่ว่าเราเปลี่ยนแล้วต้องฝืนนะคะ เพราะปกติแล้วเจนี่เป็นตัวของตัวเองมาก เราไม่ได้ฝืนว่าจะเป็นอีกคนนึงค่ะ
แต่ก็ทราบมาว่าตอนนี้ ''เจนี่'' กลายเป็นสาวสุขภาพดีไปแล้ว เพราะไปเข้าฟิตเนสกับหวานใจตลอด
ที่ไปเพราะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มอายุเยอะขึ้นก็ต้องทำอะไรให้สุขภาพตัวเองบ้าง แต่ก่อนก็ไปออกกำลังกายบ้าง แต่ก็นานๆ ที
กับ ''พี่ตั้ม'' คุณแม่ ''เจนี่'' โอเคมากน้อยขนาดไหน
คือถ้าเกิดว่าเราแฮปปี้คุณแม่ก็แฮปปี้ด้วยค่ะ
แฟนหล่อขนาดนี้มีโอกาสจะถ่ายแฟชั่นคู่กันบ้างหรือเปล่า
อันนี้ก็คงต้องถามพี่ตั้มค่ะ ส่วนตัวของเจนี่ยังไงก็ได้ เอาเป็นว่าแล้วแต่พี่เขามากกว่า แต่ปกติแล้วพี่เขาจะไม่ค่อยชอบยุ่งกับงานในวงการบันเทิงสักเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นคนที่ชอบมีพื้นที่ส่วนตัว แต่กับเจนี่ซึ่งเข้าวงการมาเป็นสิบๆ ปี เจนี่ก็จะรู้สึกชินการให้สัมภาษณ์เจอกับกล้องเจอกับพี่ๆ นักข่าวจนเป็นชีวิตประจำไปแล้ว ถ้าไม่เจอก็คือแปลก แต่กับ ''พี่ตั้ม'' เขาไม่ชิน ซึ่งพอไปไหนมาไหนมีคนทัก มีคนพูดถึง เขาก็จะรู้สึกเกร็ง เขาจะรู้สึกว่าจะทำอะไรก็ไม่เป็นส่วนตัวเลย ซึ่งเขาก็ยังต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของเขาอยู่
เรียกว่าเวลาโดนทักทีไรก็จะมาปรึกษา ''เจนี่'' ตลอด
เริ่มพูด เริ่มฟ้อง (หัวเราะ) ประมาณว่าเห็นไหมเนี้ย มีคนทักแล้ว แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงจะตื่นเต้น ดีใจยังไงก็ไม่รู้นะ (หัวเราะ) เหมือนกับถ่ายละครแล้วเช็กเรตคิ้ง คนจำหน้าได้
เวลามีข่าว ''พี่ตั้ม'' ออกมาเขามีติดตามอะไรอย่างนี้บ้างไหม
ไม่ค่อยอ่ะ ส่วนใหญ่เจนี่เช็กอยู่คนเดียว ข่าวเขียนยังไงไม่รู้ ดูแต่รูป ถ้ารูปผ่านไม่เป็นไร โอเคช่างมัน
จริงๆ แล้วในห้างหนาวหรือเปล่า เพราะเห็นมีรูปออกมาทีไรก็จับมือกันแน่นตลอด
โอ๊ย! กินส้มตำยังหนาวเลย (หัวเราะ)
มีรูปคู่ด้วยกันออกมาเยอะๆ แบบนี้ ''คุณแม่'' ว่าอย่างไรบ้าง
คุณแม่จริงๆ ก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่หรอกค่ะ แม่เขาก็จะรู้สึกเป็นหวง เราเองก็ไม่อยากให้ออกมา แต่ด้วยความที่เราใช้ชีวิตประจำวันของเรา เวลาไปไหนมาไหนพบเจอผู้คนเขาก็จะมาถ่ายรูป เพราะเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มีกล้องทุกคน ส่วนตัวเจนี่โอเคกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนสาธารณะ แต่พี่ตั้มเขาไม่เข้าใจไง เขาจะรู้สึกไม่สบายตัวอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ
''พี่ตั้ม'' เองก็ทำธุรกิจ พอมีรูปแบบนี้ออกมามีผลกระทบอะไรบ้างหรือเปล่า
ไม่ได้สนใจค่ะ